แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BB Jam Asia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BB Jam Asia แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

รีวิว BB10 OS จากงาน BB Jam Asia 2012 และจาก Alpha B Device

คราวนี้มาพูดถึงรายละเอียดเนื้อหาในงานกันบ้างนะคะ เนื่องจากว่าไม่ได้จดรายละเอียดไว้มากนัก ก็จะขอเล่าแบบคร่าวๆเท่าที่พอจำได้ดีกว่า

ในส่วนของ General Session นั้นก็ พูดถึงแนวทางของ BB10 OS ที่เรียกได้ว่าเป็นไพ่ตายใบสำคัญของ RIM แล้วล่ะค่ะ เพราะทุ่มเทสุดๆเพื่ออนาคตของบริษัท ซึ่งทั้ง OS ตัวเต็มและ Device ก็เตรียมจะออกมาให้ยลโฉมกันเดือน ก.พ. ปีหน้านี้

สำหรับ Developer ก็มีทั้งโปรแกรม 10k commitment ซึ่งคือการที่ให้เหล่า developer ส่งโปรแกรมขึ้น app world ภายใน deadline ที่กำหนดไว้(ต้องลงทะเบียนว่าเราจะเข้าร่วมโปรแกรมนี้ก่อน) แล้วถ้าหากไม่สามารถทำรายได้ถึง 1,000$ ในหนึ่งปี ทาง RIM ก็จะจ่ายชดเชยส่วนที่ขาดให้ค่ะ

ต่อมาก็เรื่อง BB10 Gold SDK คือตัว API ฉบับสมบูรณ์สำหรับนักพัฒนาบน BB10 ที่จะออกมาให้เหล่า developer ได้ใช้กันในเดือน ธันวาคมนี้ และก็ยังมี Alpha C device ที่ถ้าใครลงทะเบียนขอไว้และสามารถส่ง application เข้า app world ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ก็จะได้รับไปค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://developer.blackberry.com/builtforblackberry/commitment/
https://developer.blackberry.com/devalphac/

มีโปรแกรม appgenerator ที่จะทำการดึงข้อมูลจาก blogspot, facebook, twitter จาก account ของเรามาเป็นแอพให้อ่านกันผ่านมือถือได้อย่างง่ายๆด้วยค่ะ (อย่างบล็อกนี้ก็ดูผ่านมือถือที่เป็น BB ได้นะคะ โหลดมาฟรี ชื่อแอพ Ant-share ค่ะ)
เพิ่มเติม http://www.blackberryappgenerator.com/blackberry/

ซึ่ง RIM ยืนยันความรักที่มีต่อ developer ด้วยเพลงนี้


ถึงแม้ตัวเพลงกับทำนองถึงจะร็อคไปหน่อย แต่ความหมายฮาและน่ารักน่าหยิกเลยทีเดียว (เค้าจะมีอีกเพลงออกมา วันเปิดตัว BB10 ปีหน้าค่ะ)

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ BB10 คร่าวๆคือ รองรับคีย์บอร์ดภาษาไทยแน่ๆ สามารถพิมพ์ได้หลายภาษาในข้อความ และเพิ่ม keyboard layout ได้สูงสุด 3 ภาษา
ส่วนของ word suggestion ที่จะแสดงคำที่คาดเดาว่าเราจะพิมพ์นั้น ทำได้น่าสนใจมาก เพราะจะมีคำเพราะแทนที่เราจะกด space bar จะกลายเป็นใช้นิ้วปัดคำที่เราเลือกแทนค่ะ
พอพิมพ์ตัว g ก็จะเห็นว่ามีคำแนะนำปรากฎบนแป้น ดังรูป มีคำว่า Get, Good, Glad ถ้าเราชอบคำไหนก็แค่ใช้นิ้วปัดตรงแป้นคำนั้นแทนการกด space bar อย่างใน ios / android ค่ะ

พอปัดคำว่า Good ก็ได้จะแบบในรูป เสร็จแล้วก็จะมีการแนะนำคำต่อไปอย่างที่เห็นค่ะ

ตัว social application เองก็มี Social Hub ซึ่งเป็นการรวมเอา social network รายใหญ่ทั้ง 4 account มาใส่ไว้ใน BB10 แล้วก็แทนที่เราจะต้องพิมพ์ข้อความด้วยการล็อกอินเข้า app จริงๆก็สามารถทำผ่าน BB Social Hub ได้เลย รวมถึง notification และ message ต่างๆก็ทำผ่านโปรแกรมนี้ได้ค่ะ
ส่วนของ UI ก็คล้ายๆกับ playbook แต่ว่าเป็น UI สไตล์ที่เราชอบนะคะ เพราะว่า concept คือไม่ต้องกดปุ่ม back  เริ่มตั้งแต่ การเข้าหน้า home ก็ใช้ slide ขึ้นค่ะ ถ้าสไลด์เฉียงจะได้ คีย์บอร์ด ถ้าสไลด์ลงจะได้ระบบการโทรฯ เวลาเราเข้าไปในแอพต่างๆ จะกลับไปแอพอื่นๆ ก็ใช้สไลด์หมดเลย
รู้สึกว่ามันสะดวกต่อการใช้งานมาก
อย่างรูปนี้ พอเปิดเครื่องมาจะได้เป็นหน้าแรกก็ใช้นิ้วลากขึ้นบน

จะเห็นว่า ภาพค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นหน้าแรกที่เก็บเมนูต่างๆ  สวยตรงที่ภาพค่อยๆเปลี่ยนทับจากเลเยอร์เดิม ทำให้เห็น 2 screen ซ้อนกัน

จนสุดท้ายก็จะได้เป็นหน้าหลักแบบนี้ค่ะ
ที่ชอบมากๆอีกอย่างคือ แนวคิด Flow ของเค้า ซึ่งมันก็คือ UI ที่ออกมา แสดงให้เห็นว่ารองรับ multi tasking อย่างแท้จริง เราสามารถเปิดแอพ stand by ไว้ได้สูงสุด 8 แอพ และถ้าเราเลื่อน screen ของหน้าที่เปิดใช้งานอยู่ จะเห็นว่ามันซ้อนทับกับ screen ของอีกหน้าจริงๆค่ะ
อันนี้เปิดส่วนของ Social Hub ไว้ก่อน แล้วจะกลับมาหน้าหลักก็แค่เลื่อนมาทางขวาค่ะ

อันนี้เป็นแอพที่ถูกเปิด stand by ไว้ ในหนึ่งหน้าจะมี 4 ไอคอนค่ะ มีได้สูงสุด 8 แอพ
สำหรับ session ย่อยๆ ส่วนใหญ่แล้วเราจะเข้าฟัง Native SDK ค่ะ ก็คงขอเว้นไว้ไม่เอามาอธิบาย เพราะเป็นเทคนิคย่อยๆของหมวดหมู่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PIM, Push otification, Camera and Video, Network connection, etc.
อ้อ ในตัว BB10 นี้จะไม่รองรับ JAVA API แล้วนะคะ แต่ก็สามารถ port แอพที่พัฒนาบน andriod มาใส่ใน  BB10 ได้ตามปกติ แล้วก็รองรับนักพัฒนา HTML5 , Adobe AIR ค่ะ

สรุปว่า ใครที่สนใจจะ develop แอพบน BB10 ก็สามารถอ่านรายละเอียดต่างๆได้ที่ https://developer.blackberry.com/
ส่วนใครที่เล็งๆอยู่ว่าจะใช้ BB ดีมั้ย เค้าก็จะมีขายเครื่องทั้งแบบมีปุ่มกด และไม่มีนะคะ แล้วก็โฆษณาว่าจะเปิดตัวด้วย app world ที่มีแอพเยอะมากเลยล่ะค่ะ อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไป แล้วก็ไปลองใช้ BB10 OS ดูก่อนว่าชอบใจ ใช่แนวหรือเปล่า รอทดสอบกันได้เดือน กุมภาพันธ์ปีหน้านี้แล้วค่า

เข้าร่วมงาน BB Jam Asia 2012 ที่กรุงเทพฯ

ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Blackberry Jam Asia เป็นครั้งแรก ก็เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ SIPA ที่ให้โอกาสลงทะเบียนได้ฟรีนะคะ เพราะปกติแล้วงานนี้จะต้องเสียค่าลงทะเบียน ประมาณ 20$ แต่มีส่วนลดสำหรับคนที่เคยเข้าร่วมงานมาแล้ว หรือคนที่เป็นนักศึกษาอาจารย์ค่ะ

จริงแล้ว งาน Blackberry Jam นี่จะวนไปจัดตามประเทศต่างๆเป็นตัวแทนของแต่ละทวีป ซึ่งปีที่แล้วประเทศไทยน้ำท่วมเลยต้องไปจัดที่สิงคโปร์ ปีนี้ก็เลยจัดที่เมืองไทยของเราตามสัญญา งานก็มี 2 วัน คือ 29-30 พ.ย. ไปกันตั้งแต่เช้าจนเย็นค่ำไม่อยากจะกลับกันเลยทีเดียว

งานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมเอานักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน BB platform มาเจอกัน ซึ่งจะมี General session ที่พูดถึงเรื่องรวมๆเกี่ยวกับแผนการผลิตภัณฑ์ของ BB เอง และแนวทางต่างๆ ต่อจากนั้น ก็จะแบ่งเป็นห้องๆ ที่จะมีวิทยากรมาพูดแบ่งตามหัวข้อต่างๆ ซึ่งจะลงรายละเอียดถึงโครงสร้างของการพัฒนาแต่ละจุดใน BB  และถึงแม้ใครจะไม่ใช่ BB developer ก็ยังสามารถเข้าร่วมได้นะคะ เพราะว่าหัวข้อที่พูดบางหัวข้อก็เป็นแบบพื้นฐานทั่วๆไป หรือใครที่มีพื้นอยู่แล้วก็เข้าฟังหัวข้อที่เป็นขั้นสูง หรือเข้าห้องแลปเขียนโค้ดกันก็ได้

สำหรับรูปแบบการจัดงาน ต้องขอชมเชยว่าจัดได้ดีมากเลย ตั้งแต่ระบบการลงทะเบียนออนไลน์ การให้เราสามารถเลือก session ที่เข้าฟังได้ออนไลน์(เป็นการจองที่นั่ง) เรียกว่าจัดตารางการเข้าร่วมงานของตัวเองได้ตามใจชอบก่อนจะถึงวันงานจริง และก็แม้กระทั่งวันงานเองก็แค่ล็อกอินเข้าระบบก็ถือว่าลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว รับป้ายชื่อ เสื้อแจกฟรี(ที่เป็นธรรมเนียมของงานเหล่าๆนี้ไปแล้ว) ทำให้รวดเร็วทันใจดีจริงๆ และที่พิเศษคือมีการแจก BB Alpha B device ให้กับ developer ที่มีคุณสมบัติผ่านตามเกณฑ์ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะคัดมาจากประวัติในใบลงทะเบียนนั่นเอง

แม้กระทั่งภายในงานเอง การเข้าฟังแต่ละ session ก็สะดวก มีการสแกนบาร์โค้ดที่ป้ายชื่อทำให้รู้ว่าใครเข้าฟังห้องไหน(มีห้องสำหรับฟังเลคเชอร์ทั้งหมด 4 ห้อง และแลป 2 ห้อง) ถ้าใครจองที่นั่งไว้ก็จะเข้าได้เลย แต่คนที่ไม่ได้จองที่นั่งไว้จะต้องรอจนกว่าจะถึง 5 นาทีก่อนเริ่มพูด ถึงจะเข้าห้องได้ค่ะ ในห้องจะมีกระดาษกับดินสอเตรียมไว้ให้สำหรับคนที่ต้องการจด

ส่วนเรื่องการเลี้ยงรับรอง เรียกว่างานนี้ไม่ท้องแตกไม่เลิกกิน เพราะอาหารกลางวันเป็นบุฟเฟต์ มีทั้งอาหารฝรั่ง ไทย ญี่ปุ่น คาวหวาน มากันครบ ช่วงพักเบรกก็มีอาหารว่าง น้ำผลไม้สดๆ ให้ทานกันตลอด รวมถึงในห้องที่ฟังเลคเชอร์แต่ละห้องก็จะมี น้ำดื่มแบบขวด วางไว้ให้หยิบดื่มแก้กระหายกันตลอดทั้งงาน ซึ่งตอนเย็นของวันแรกจะมีปาร์ตี้ด้วยค่ะ (แต่เราไม่ได้เข้าร่วม เสียดายง่ะ T T)
มุมโปรดที่เราฟาดเรียบทุกวัน
หลังจากงานจบ ก็จะมี online survey ให้เราทำการประเมินมีทั้งประเมินในแต่ละ session ที่เราได้เข้าฟัง รวมถึงประเมินการจัดงานด้วยค่ะ ในวันที่สองนี้ พอเราทำประเมินเสร็จเค้าก็จะแจกของที่ระลึกให้
รวมมิตรของฝากจากงาน BBJam Asia มี Mobile alpha device , Funduino microcontroller board,  ปากกา และลูกบอลคลายเครียด (จริงๆได้ บัตรรถไฟ MRT มูลค่า 150 บาทมาด้วยล่ะ)


สรุปการเข้าร่วมงานนี้ โดยส่วนตัวขอบอกว่าประทับใจมาก แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าไม่เคยเข้าร่วมงานใหญ่ๆอย่างนี้มาก่อน งานอื่นที่เคยไปมาก็คิดว่าเล็กกว่า และจัดรูปแบบได้แตกต่างออกไป ที่ประทับใจไม่ใช่แค่ของหวาน ที่กินจนพุงกางนะคะ ^ ^ แต่ว่าประทับใจระบบการจัดงานที่จัดการได้ดี รวดเร็ว สะดวกต่อการให้บริการ และการดูแลผู้เข้าร่วมงานที่ดีของ staff ทุกๆท่าน เพราะมี staff ทุกจุด มีการสอบถามเราก่อนที่เราจะเอ่ยปากถามด้วยค่ะ service ดีจริงๆ

ที่สำคัญ แค่ความรู้ๆต่างๆที่ได้ ก็คุ้มค่ามากแล้วค่ะ เพราะวิทยากรส่วนใหญ่เป็นระดับมืออาชีพจาก RIM เองทั้งนั้น อีกทั้งยังแบ่งหัวข้อที่พูดตามระดับความยากง่าย ทำให้เราเลือกฟังได้เหมาะสมตามพื้นความรู้ของเราค่ะ
ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสได้เข้าร่วมงานนี้อีก คิดว่าเราคงไม่พลาดแน่นอนค่ะ :)

สำหรับใครที่สนใจอยากรู้ว่า สรุปเนื้อหาที่พูดในงานมีอะไรบ้าง รออ่านบล็อกหน้านะคะ รู้สึกว่าบล็อกนี้จะยาวไปแล้ว